แฟรนไชส์เหมือนกระจกมีสองด้าน มีทั้งข้อดีข้อเสีย


ในยุคที่อะไรก็เป็นเงินเป็นทองไปหมด หลายท่านจึงเริ่มมองหารายได้เสริมเพราะลำพังรายได้หลักนั้นอาจจะไม่เพียงพอต่อการจุลเจือครอบครัวเสียแล้ว ซึ่งธุรกิจเสริมนั้นก็เป็นตัวเลือกที่เหมาะเหม็งอย่างเช่นการซื้อแฟรนไซส์มาเปิด บางแฟรนไซส์นั้นลงทุนไม่มาก จ้างคนมาขายแทนได้ เดือนๆ นึงก็ได้กำไรเป็นกอบเป็นกำ แต่ทั้งนี้ธุรกิจแฟรนไชส์นั้น ก็มีข้อเสียเช่นกัน แม้ข้อดีจะมาก แต่ข้อเสียก็มองข้ามไม่ได้
แม้ธุรกิจแฟรนไชส์นั้นจะตอบโจทย์ให้กับนักลงทุนมือใหม่ได้ แต่ก็ใช่ว่าหนึ่งธุรกิจจะครอบคลุมทุกความต้องการของผู้คนได้หมด หากเปิดผิดพื้นที่ หรือไม่ตรงตามความต้องการของผู้คนก็อาจจะทำให้เจ๊งไม่เป็นท่า ที่ลงทุนไปก็สูญเปล่า โดยเฉพาะกับนักลงทุนหน้าใหม่ที่หลงไปกับคำชวนเชื่อต่างๆ โดยที่ไม่ได้ศึกษารายละเอียดข้อมูลของแบรนด์นั้นๆ อย่างถี่ถ้วนเสียก่อน
ข้อเสียอีกอย่างคือพึงระลึกไว้ว่า เจ้าของแฟรนไชส์นั้นคือเจ้าของธุรกิจ ซึ่งคุณเพียงแค่ซื้อชื่อแบรนด์เขามาเท่านั้นไม่ใช่เจ้าของที่แท้จริง ดังนั้นอำนาจสิทธิ์ขาดต่างๆ ก็อยู่ที่เจ้าของแฟรนไชส์ ซึ่งหากคุณไปได้สวยก็อาจจะได้ผลตอบทแนที่คุ้มค่า แต่หากคุณล้มเหลว เจ้าของแฟรนไชส์ไม่ได้ล้มไปกับคุณ เพราะเขาไม่ได้รับผลกระทบใดๆ ซึ่งก็เหมือนกับเสือนอนกินนั่นแหละ คนที่ได้ผลประโยชน์มากที่สุดก็คือเจ้าของแฟรนไชส์ ดังนั้นจะเลือกอะไรมาเปิดเลือกอะไรมาลงทุนก็ควรดูให้ดีๆ เสียก่อน ถ้ามองเห็นความเป็นไปได้ว่าน่าจะทำแล้วรอด ก็ลองศึกษาข้อมูลให้ลึกๆ ก่อนจะตัดสินใจซื้อแฟรนไชส์มาทำต่อ

Have any Question or Comment?

Leave a Reply